ฟื้นฟูผิวจากภายในด้วย Radiesse เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

เมื่ออายุย่างเข้าสู่เลขสาม โครงสร้างผิวที่เคยเต่งตึงจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติเนื่องจากการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ส่งผลให้ใบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยร่องลึก และสูญเสียความยืดหยุ่น สำหรับผู้ที่ต้องการย้อนวัยผิวโดยเน้นการปรับปรุงโครงสร้างจากภายในเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและคงอยู่ได้ยาวนาน การรักษาด้วย Radiesse เป็นหนึ่งในทางเลือกทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

กลไกการทำงานและส่วนประกอบของ Radiesse

Radiesse เป็นสารฉีดเพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นใยผิวใหม่ตามธรรมชาติ จัดอยู่ในกลุ่มสารกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ (regenerative aesthetics) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล ส่วนประกอบสำคัญของสารชนิดนี้คือไมโครสเฟียร์ของแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA) ซึ่งเป็นแร่ธาตุสังเคราะห์ที่มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับแร่ธาตุธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ ทำให้มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อสูง มีโอกาสเกิดอาการแพ้ต่ำ และสามารถย่อยสลายไปได้เองตามธรรมชาติ

กระบวนการฟื้นฟูผิวในระยะสั้นและระยะยาว

กระบวนการทำงานของ Radiesse แบ่งออกเป็นสองระยะหลัก ระยะแรกเกิดขึ้นทันทีหลังการฉีด โดยสารเจลนำพา (gel carrier) ที่ห่อหุ้มอนุภาค CaHA จะเข้าไปเติมเต็มช่องว่างใต้ผิวหนัง ช่วยยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อยและเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้นทันที ระยะที่สองจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป โดยสารเจลนำพาจะค่อยๆ สลายตัวไป ในขณะที่อนุภาค CaHA จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นโครงร่างใต้ผิวและส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์สร้างคอลลาเจน (fibroblasts) ให้กลับมาผลิตคอลลาเจนชนิดที่หนึ่ง คอลลาเจนชนิดที่สาม และอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทนส่วนที่สูญเสียไป กระบวนการนี้ช่วยให้ผิวมีความหนาแน่น ยืดหยุ่น และกระชับตัวขึ้นจากโครงสร้างชั้นลึก

ความแตกต่างและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

ผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาด้วย Radiesse มีความเรียบเนียนค่อนข้างสูง เนื่องจากความเต่งตึงและอิ่มฟูของผิวไม่ได้เกิดจากการคงอยู่ของสารเติมเต็มเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากการที่ร่างกายสร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาพยุงผิวด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ตัวยายังมีความยืดหยุ่นสูงและเกาะตัวกับเนื้อเยื่อได้ดี ทำให้กลืนไปกับชั้นผิวหนังอย่างแนบเนียน ไม่จับตัวเป็นก้อนแข็งเวลาเคลื่อนไหวใบหน้าหรือแสดงอารมณ์ โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการรักษาจะคงอยู่ได้นานประมาณหนึ่งปีถึงปีครึ่ง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการตอบสนองของผู้รับบริการแต่ละบุคคล

การเตรียมตัวและการปฏิบัติตัวหลังการรักษา

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการ ผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้าและปริมาณยาที่เหมาะสมอย่างละเอียด ควรงดรับประทานยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือน้ำมันปลา เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนการฉีด ภายหลังการรักษาอาจมีอาการบวมแดง รอยเข็ม หรือรอยเขียวช้ำเล็กน้อย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวหนังที่จะค่อยๆ หายไปเองภายในไม่กี่วัน การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอหลังการรักษาจะช่วยส่งเสริมกระบวนการฟื้นฟูผิวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Tags: