สาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาซิลิโคนลอยหลังการศัลยกรรมจมูก

การผ่าตัดปรับโครงสร้างใบหน้าด้วยการ เสริม จมูก เป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุล ทว่าในบางกรณี ผู้รับบริการอาจประสบภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดที่เรียกว่า ภาวะซิลิโคนลอย ซึ่งเป็นลักษณะที่แกนซิลิโคนไม่ยึดเกาะแน่นกับฐานกระดูกสันจมูกเดิม ทำให้สามารถโยก ขยับ หรือมองเห็นขอบสลักของซิลิโคนได้อย่างชัดเจนเมื่อเวลาผ่านไป การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุและแนวทางการรักษาอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพในระยะยาว
ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดภาวะซิลิโคนลอย
ภาวะซิลิโคนลอยเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยส่วนใหญ่มักสัมพันธ์กับเทคนิคการผ่าตัด โครงสร้างฐานจมูกเดิม และการตอบสนองของเนื้อเยื่อร่างกาย ดังนี้
- การวางซิลิโคนผิดชั้นใต้ผิวหนัง: ในการทำ ศัลยกรรม จมูก ที่ได้มาตรฐาน ศัลยแพทย์จะต้องทำการเลาะช่องว่างเพื่อวางแท่งซิลิโคนไว้ในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Subperiosteal plane) ซึ่งเป็นชั้นที่ลึกที่สุดและมีแรงกดของเยื่อหุ้มกระดูกช่วยล็อกให้ซิลิโคนแนบสนิท หากมีการวางซิลิโคนตื้นเกินไป หรือวางอยู่เหนือเยื่อหุ้มกระดูกในชั้นเนื้อเยื่อผิวหนัง ซิลิโคนจะไม่ถูกล็อกและเคลื่อนตัวได้ง่าย
- ความไม่เรียบเนียนของฐานกระดูกเดิม: ผู้รับบริการที่มีปุ่มกระดูกบริเวณสันจมูกสูง หรือมีฐานจมูกคดเอียง หากเนื้อเยื่อไม่ได้ได้รับการปรับฐาน เช่น การตอกฐานหรือการตะไบฮัมพ์ก่อนการ เสริม จมูก แท่งซิลิโคนสำเร็จรูปที่มีลักษณะเรียบตรงจะไม่สามารถแนบสนิทไปกับกระดูกได้ ส่งผลให้เกิดช่องว่างใต้ซิลิโคนและเกิดการลอยตัวในที่สุด
- การก่อตัวของพังผืดที่หนาตัวเกินไป: ร่างกายมนุษย์จะสร้างพังผืดขึ้นมาล้อมรอบสิ่งแปลกปลอมตามธรรมชาติ หากพังผืดดังกล่าวมีการหดรัดหรือหนาตัวมากเกินไป (Capsular contracture) อาจส่งผลให้เกิดแรงดึงรั้งจนแท่งซิลิโคนลอยสูงขึ้นมาจากฐานกระดูกเดิม
อาการแสดงที่ควรเข้าพบศัลยแพทย์เพื่อตรวจเช็ก
ผู้ที่ผ่านการทำ ศัลยกรรม จมูก สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง หากพบว่าบริเวณสันจมูกระหว่างดวงตาสามารถใช้นิ้วโยกขยับแกนซิลิโคนไปมาซ้ายขวาได้อย่างอิสระ มีลักษณะแกนจมูกลอยเด่นขึ้นมาจนเห็นขอบชัดเจน หรือปลายจมูกเริ่มงุ้มตกลงเนื่องจากแกนส่วนบนลอยตัวขึ้น อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนที่ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนแก้ไข ก่อนที่แรงดึงรั้งจะนำไปสู่ปัญหาซิลิโคนเบี้ยว เอียง หรือทะลุ
แนวทางการรักษาและการแก้ไขโครงสร้างจมูกลอย
การแก้ไขปัญหาซิลิโคนลอยไม่สามารถรักษาได้ด้วยการนวดหรือฉีดสารเติมเต็ม แต่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความเชี่ยวชาญ
- การผ่าตัดเปลี่ยนชั้นวางซิลิโคนใหม่: แพทย์จะทำการเลาะพังผืดเก่าที่ดึงรั้งออก จากนั้นจึงทำการสร้างช่องว่างใหม่ในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูกอย่างแม่นยำ เพื่อนำแกนซิลิโคนเข้าไปวางในตำแหน่งที่ถูกต้อง
- การปรับแต่งฐานกระดูกและการเหลาซิลิโคน: ในเคสที่มีปัญหาโครงสร้างกระดูกไม่เรียบเนียน แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีตะไบฮัมพ์ร่วมกับการเหลาปรับแต่งซิลิโคนแบบเคสต่อเคส เพื่อให้ส่วนฐานของซิลิโคนเว้าเข้ารูปและแนบสนิทไปกับผิวเนื้อกระดูกเดิมอย่างไร้รอยต่อ
- การเลือกใช้เทคนิคโอเพ่นและการใช้วัสดุตนเอง: สำหรับกรณีที่เนื้อเยื่อบางลงจากแรงเนื้อเยื่อที่ลอยรั้ง การผ่าตัดแบบเปิดเพื่อปรับโครงสร้างส่วนปลายด้วยกระดูกอ่อนหลังหูหรือกระดูกอ่อนซี่โครง จะช่วยลดแรงกดทับและเพิ่มความปลอดภัยในระยะยาวได้ดีกว่าการใช้ซิลิโคนเพียงอย่างเดียว
การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและศัลยแพทย์ที่มีความเข้าใจในสรีระวิทยาระดับลึก จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคการผ่าตัดตกแต่งเพิ่มเติม หรือต้องการนัดหมายแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้า สามารถเข้าชมรายละเอียดได้ที่ https://www.issaveeclinic.com/ เพื่อการวางแผนดูแลความงามอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
