เช็ก 5 พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้คุณมีอาการ ปวดหลังล่าง โดยไม่รู้ตัว

อาการ ปวดหลัง กลายเป็นโรคยอดฮิตของคนยุคนี้ โดยเฉพาะอาการ ปวดหลังล่าง หรือบริเวณเอวส่วนล่างที่เชื่อมต่อกับสะโพก ซึ่งหลายคนมักคิดว่าเกิดจากอายุที่มากขึ้นหรือการยกของหนักเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันที่เราทำจนชินชา อาจเป็นตัวการเงียบที่ค่อยๆ ทำลายกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังโดยที่เราไม่รู้ตัว มาเช็กกันดีกว่าว่า คุณกำลังทำ 5 พฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้อยู่หรือเปล่า
1. นั่งหลังค่อม หรือก้มหน้าเล่นมือถือนานเกินไป
การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ด้วยท่าทางที่ผิดสุขลักษณะ (Improper Posture) เช่น การนั่งหลังค่อม ทิ้งน้ำหนักลงที่ก้นกบ หรือการนั่งไขว่ห้าง จะทำให้กระดูกสันหลังส่วนล่างต้องรับแรงกดทับมากกว่าปกติ ยิ่งหากคุณก้มหน้าเล่นสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน ศูนย์ถ่วงของร่างกายจะยื่นไปข้างหน้า ส่งผลให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดึงร่างกายไว้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการ ปวดหลัง เรื้อรัง
2. ยืนลงน้ำหนักขาข้างเดียว (Standing on One Leg)
หลายคนติดนิสัยชอบยืนพักขา หรือยืนทิ้งน้ำหนักลงที่ขาข้างใดข้างหนึ่งเวลาที่ต้องยืนรอรถเมล์ ยืนสั่งอาหาร หรือยืนคุยโทรศัพท์ การทำแบบนี้บ่อยๆ จะทำให้กระดูกเชิงกรานและสะโพกเอียง ส่งผลให้กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างทั้งสองฝั่งทำงานไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อฝั่งที่ต้องรับน้ำหนักจะเกิดการเกร็งค้างตึงรั้ง จนกลายเป็นอาการ ปวดหลังล่าง ในที่สุด
3. ใส่รองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าที่ไม่มีแผ่นซัพพอร์ต
สำหรับคุณสุภาพสตรี การสลับมาใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำจะทำให้สรีระร่างกายส่วนล่างเปลี่ยนไป โดยร่างกายจะบังคับให้แอ่นหลังและยื่นสะโพกไปข้างหลังเพื่อรักษาการทรงตัว ทำให้แนวกระดูกสันหลังส่วนเอวรับแรงกดทับมากเกินไป เช่นเดียวกับการใส่รองเท้าที่พื้นบางและแข็งจนเกินไป ซึ่งไม่ช่วยซับแรงกระแทกจากพื้นขณะเดิน แรงกระแทกเหล่านั้นจะสะท้อนกลับขึ้นมาที่ข้อเท้า เข่า และสะโพก จนส่งผลกระทบต่อหลัง
4. นั่งเบาะรถยนต์จม หรือปรับพนักพิงเอนเกินไป
คนเมืองที่ต้องใช้เวลาอยู่บนท้องถนนวันละหลายชั่วโมง มักมีอาการ ปวดหลังล่าง โดยไม่ทราบสาเหตุ ปัจจัยหนึ่งมาจากเบาะรถยนต์ที่นิ่มเกินไปจนก้นจมลงลงไปในเบาะ หรือการปรับพนักพิงให้เอนไปข้างหลังมากเกินไป ทำให้เราต้องยื่นแขนไปจับพวงมาลัยและเอื้อมเท้าไปเหยียบคันเร่ง ท่าทางนี้จะทำให้หลังช่วงล่างลอยและไม่มีที่รองรับ กล้ามเนื้อหลังจึงต้องเกร็งตัวตลอดการเดินทาง
5. ละเลยการออกกำลังกายกล้ามเนื้อแกนกลาง (Core Muscles)
กล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างเปรียบเสมือน "เฝือกธรรมชาติ" ที่ช่วยประคองกระดูกสันหลังให้มั่นคง หากคุณไม่เคยออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนนี้เลย (เช่น ท่าแพลงก์ หรือคลิปยืดเหยียดต่างๆ) กล้ามเนื้อจะเริ่มฝ่อและอ่อนแอลง เมื่อต้องรับน้ำหนักตัวหรือเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน ภาระทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่กระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก ทำให้เสี่ยงต่ออาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
หากเริ่มมีอาการปวด แนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทันที โดยการลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 45-60 นาที และลองทำท่าเหยียดกล้ามเนื้ออย่างง่าย แต่หากมีอาการ ปวดหลังล่าง ร่วมกับอาการชาลงขา ขาอ่อนแรง หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเช็กโครงสร้างกระดูกสันหลังอย่างละเอียดทันที
